มิสกะโปโล และ ทิปิจัง ขอนำเสนอ บล็อกประสบการณ์ท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ ที่จะแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้กับเพื่อนๆ ทุกท่านที่สนใจค่ะ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Aomori แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Aomori แสดงบทความทั้งหมด

27 พฤษภาคม 2560

ศิลปะบนผืนนา rice paddy art @อาโอโมริ


ภูมิภาคโทโฮขุนี้ปลูกข้าวกันเยอะค่ะ นอกจากบรรดาพืชผักหวานๆ แล้ว ก็นับว่าข้าวคุณภาพดีจากแถวนี้นี่แหละ คือแบรนด์เนมขึ้นชื่อและเป็นหน้าเป็นตาที่สุดอย่างหนึ่ง สมศักดิ์ศรีความเป็นเป็นหม้อข้าวของญี่ปุ่น อาหารท้องถิ่นแถบนี้ อย่างเช่นที่อาคิตะ ก็เน้นข้าวเป็นหลัก เช่นเมนูคิริทัมโปะ หรือข้าวปั้นเป็นแท่งๆ เสียบไม้ย่างจนหอมฉุย และกินร้อนๆ ในหม้อไฟนาเบะ ร่วมกับไก่ฮิไนพันธุ์ดี งัยล่ะคะ


ถ้ามีโอกาสได้มาเที่ยวภูมิภาคโทโฮขุในช่วงเทศกาลฤดูร้อน หรือจบทริปตระเวนทุ่งลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโดแล้ว จะลองแวะมาเยี่ยมชมศิลปะบนผืนนา หรือ Inakadate tanbo art (tanbo แปลว่า rice paddy หรือนาข้าว) ที่อาโอโมริ จังหวัดทางเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮขุ กันหน่อยมั้ยล่ะคะ ไทม์มิ่งดี๊ๆ เลยค่ะ เพราะเป็นช่วงเวลาที่นาข้าวอันแสนจะธรรมดา ได้กลายสภาพเป็นภาพวาดศิลปะสุดล้ำ ในเมืองชนบทที่ห้อมล้อมด้วยทุ่งหญ้าและผืนนาสีเขียวๆ พอดี หรือถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิด ให้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงหน่อยๆ ทุ่งนาก็จะออกสีทองๆ นิดนึง ตอนต้นข้าวเริ่มสุกรวงนั่นเอง

12 พฤษภาคม 2560

อลังการ 3 เทศกาลฤดูร้อนแห่งโทโฮขุ ตอน 1 (Aomori Nebuta, 2-7 ส.ค.)


ว่ากันว่าเทศกาลเนบุตะ ที่เมืองอาโอโมริ จัดขึ้นเพื่อบูชากลุ่มดาว Neburi Nagashi ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตำนานทานาบาตะ โดยในภูมิภาคโทโฮะขุ จะจัดงานเฉลิมฉลองในช่วงนี้กันอย่างกว้างขวาง (ในขณะที่ภูมิภาคอื่นทั่วประเทศ ถือเอาวันเดียวกันใน 1 เดือนก่อนล่วงหน้าเป็นวันเฉลิมฉลอง) และเชื่อว่าจะช่วยขับไล่ความเกียจคร้าน อันเป็นอุปสรรคในงานไร่นาให้หมดสิ้นไป ในขณะที่บางเสียงก็ว่า เป็นการเฉลิมฉลองที่เกี่ยวกับ ตำนานการต่อสู้ และชัยชนะในอดีต


แต่ไม่ว่าจะมีจุดเริ่มต้นอย่างไร เทศกาลเนบุตะในปัจจุบัน ก็จะแห่แหนขบวนรถ ที่ประดับประดาด้วยโคมกระดาษขนาดยักษ์ และเล่าขานเกี่ยวกับเรื่องราวรบพุ่งแบบโบราณ หุ่นนักรบกระดาษจะมีหน้าตาคล้ายนักรบในละครคาบุคิ ในท่าฟาดฟันกับเหล่ามาร แสดงถึงความยิ่งใหญ่ และน่าเกรงขามมากมาย

7 พฤษภาคม 2560

ตัวอย่างทริปโทโฮขุ 5 วัน ทัวร์เทศกาล


ฤดูร้อนที่ญี่ปุ่นปกติจะกินเวลานาน 3 เดือนเต็ม คือตั้งแต่กลาง พ.ค. ถึงกลาง ส.ค. นู่น และอากาศก็ร้อนๆๆๆ สมชื่อ ร้อนชื้นแบบที่ไม่โดนแดดก็เหงื่อออกรัวๆ แล้ว อีกทั้งยังเป็นช่วงที่ฟ้าฝนจะโปรยลงมาล้อเล่นกันบ่อยๆ ช่วงนี้ถ้าไม่หนีร้อนขึ้นเหนือไปสุดๆ ไปดูดอกไม้ที่ฮอกไกโด ท้องฟ้าก็ไม่ใจร้ายจนเกินไป เพราะจะปล่อยให้ฝนได้ทิ้งช่วง ลั้นลากับงานเทศกาล หรือมัทสึริ matsuri กันได้บ้าง ตั้งแต่ปลาย ก.ค. เป็นต้นไป (ซึ่งก็ดูดอกไม้ที่ฮอกไกโดเสร็จพอดี)