เป็นทริปล้างตาจากเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่ไปเสียมเรียบครั้งแรก แล้วกล้องยังไม่เด็ดสะระตี่เท่าตอนนี้ สิ่งที่เหมือนกันของทั้ง 2 ทริปคือยังคงจ้างไกด์ท้องถิ่นส่วนตัวพาเที่ยววัดอีกตามเคย ซึ่งก็สะดวกสบายดี จัดมาเป็นแพ็คเลย ทั้งรถ คนขับ และไกด์ ในราคาที่ไม่ได้แพงนัก เป็นไกด์ถูกกฏหมายมีไลเซนส์ หาได้ทั่วไปตามอินเตอร์เน็ท ยิ่งทริปนี้ไปกันหลายคนค่ารถอาจจะแพงขึ้นหน่อยๆ เพราะต้องใช้รถตู้ แต่ค่าคนขับ ค่าไกด์ จะไปกี่คนเค้าก็คิดราคาเดียว พอหารแล้วก็เรียกว่าคุ้มสุดๆ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปราสาท แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปราสาท แสดงบทความทั้งหมด
16 กันยายน 2561
Side trip ที่แถมมากับเสียมเรียบมาราธอน
เป็นทริปล้างตาจากเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่ไปเสียมเรียบครั้งแรก แล้วกล้องยังไม่เด็ดสะระตี่เท่าตอนนี้ สิ่งที่เหมือนกันของทั้ง 2 ทริปคือยังคงจ้างไกด์ท้องถิ่นส่วนตัวพาเที่ยววัดอีกตามเคย ซึ่งก็สะดวกสบายดี จัดมาเป็นแพ็คเลย ทั้งรถ คนขับ และไกด์ ในราคาที่ไม่ได้แพงนัก เป็นไกด์ถูกกฏหมายมีไลเซนส์ หาได้ทั่วไปตามอินเตอร์เน็ท ยิ่งทริปนี้ไปกันหลายคนค่ารถอาจจะแพงขึ้นหน่อยๆ เพราะต้องใช้รถตู้ แต่ค่าคนขับ ค่าไกด์ จะไปกี่คนเค้าก็คิดราคาเดียว พอหารแล้วก็เรียกว่าคุ้มสุดๆ
Labels:
ท่องเที่ยว,
เที่ยว,
นครธม,
นครวัด,
บายอน,
ปราสาท,
เสียมเรียบ,
Angkor,
Cambodia,
pub street,
Siem Reap,
travel
29 กันยายน 2560
ทริปอิตาลี ตอนเหนือ #3 – Sirmione
จากมิลานไปทางตะวันออก 140km ขับรถใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง ก็มาถึงทะเลสาบการ์ด้า (Lake Garda) ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี แหล่งพักผ่อนชื่อดัง ซึ่งรอบๆ มีเมืองรีสอร์ตหลายเมืองเลยค่ะ แต่ที่มิสกะโปโลปักหมุดไว้เป็นอย่างดี ก็คือ ซีร์มิโอเน่ (Sirmione) ซึ่งตอนแรกก็ยังไม่รู้ว่าพิเศษยังงัยหรอกนะ อาศัยตระเวนรอบๆ ผ่าน google map ถึงได้มาปิ๊งปั๊งกับเมืองเล็กๆ หน้าตาเป็นติ่งแหลมๆ ยื่นเข้าไปในทะเลสาบแห่งนี้ ดูน่าสนใจดี และพอเจาะลึกเข้าไป ก็พบว่าเป็นเมืองเก่าแก่อายุมากกว่า 2,000 ปี แบบนี้แหละใช่เลย ซีร์มิโอเน่ เจอแบบนี้ก็ไม่หาที่อื่นต่อแล้ว
มุมสวยๆ จากยอดหอคอย Scaliger Castle เมือง Sirmione
27 สิงหาคม 2560
ทริป UK - ตอน 7 วอร์ริค
จากเวลส์ก็กลับมาที่อิงแลนด์อีกครั้งนะคะ คราวนี้อยู่กันยาวๆ ไปจนจบทริปเลย โดย ณ ตอนนี้แก๊งส์กะโปโลปักหลักอยู่ที่เมืองวอร์ริค (Warwick) 2 คืนเต็ม เพื่อจะได้เที่ยวทั้งที่เมืองวอร์ริค และเก็บตกสารพัดเมืองน่ารักในย่านคอทส์โวลส์ (Cotswolds อยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ ขับรถเพิ่มนิดหน่อย ดีกว่าเก็บกระเป๋าย้ายเมืองทุกวัน มันเหนื่อยค่ะ 555) แถมด้วยช้อบปิ้งที่เอาท์เลท Bicester Village หลังจากอดทนรอ ร้อ รอ น้ำลายหยดติ๋งมาหลายวันแล้ว
Warwick Castle, the theme park
9 สิงหาคม 2560
ทริป UK - ตอน 3 เอดินเบอระ
จากยอร์ค มิสกะโปโลแก๊งส์อาศัยรถไฟไฮสปีดรอบ 5 โมงครึ่ง กระเต็งกันขึ้นมาถึงเมืองหลวงของสก็อตแลนด์ คือเอดินเบอระ (Edinburgh) ใช้เวลาเกือบๆ 3 ชั่วโมง มาถึง 2 ทุ่มหน่อยๆ ซึ่งก็ไม่ดึกดื่นจนเกินไปนัก ไทมิ่งกำลังสวยเลย เส้นทางตามหาที่พักก็ไม่เป็นเนินโหดมากนัก แต่สะพานลอยข้ามทางรถไฟนี่สิคะ ไม่ค่อยจะเป็นมิตรเลย เล่นเอาหอบเหมือนกัน 555 เรามีเวลาเที่ยวที่เมืองเอดินเบอระนี้ 1 วันเต็มค่ะ จากนั้นก็เบนเข็มมุ่งหน้าลงใต้ อำลาสก็อตแลนด์แต่เพียงเท่านี้ … โถๆๆ มากันได้เพียงแค่นี้จริงๆ นั่นก็เพราะว่า …
12 ธันวาคม 2559
พาชมปราสาทสีดำ Matsumoto Castle
เที่ยวเมืองมัตสีโมโตะกันต่อนะคะ เป้าหมายอันดับต้นๆ สำหรับผู้มาเยือนมัตสึโมโตะ ก็คือ ปราสาทไม้มัตสึโมโตะ หรือมัตสึโมโตะโจ นั่นเอง จากสถานีรถไฟ JR เดินเอาแค่ 15 นาทีก็ไปได้ค่ะ แต่ถ้านั่งรถบัสไปก็ทุ่นแรงดีเหมือนกันนะ ไม่ถึง 5 นาทีเองค่ะ อิอิ ทำให้ทิปิจังแรงเหลือเยอะ เลยจะพาเดินสำรวจปราสาทจากภายนอกโดยรอบ จนครบ 1 รอบใหญ่ก่อนละกัน ด้านนอกก็มีอะไรให้ดูชมนิดๆ หน่อยๆ รวมถึง บ่อน้ำสำคัญตั้งแต่อดีต ซึ่งมีน้ำใสแจ๋วเป็นน้ำจากหิมะละลายจากเทือกเขาเจแปนแอลป์ ไว้ให้บริการชาวบ้านชาวเมือง หลงเหลือเป็นอนุสรณ์ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้อยู่หลายบ่อทีเดียว (แต่ละบ่อก็เล็กกระทัดรัดเชียว)
Labels:
ญี่ปุ่น,
ท่องเที่ยว,
เที่ยว,
ปราสาท,
มัตสึโมโตะ,
castle,
Chubu,
Japan,
Matsumoto,
Nagano,
travel
10 พฤศจิกายน 2559
สะพานคินไทเคียว Iwakuni, Yamaguchi
อิวาคุนิ (岩国) เป็นเมืองเล็กๆ ทางติ่งด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดยามากุจิ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะใหญ่ฮอนชู มีประชากรอาศัยอยู่เพียงแสนห้าเศษๆ เท่านั้น ในสมัยเอโดะเคยเป็นเมืองตัวแทนแห่งศักดินา โดยมีหลักฐานคือปราสาทอิวาคุนิ ที่ปัจจุบันยังคงตั้งเด่นอยู่บนยอดเขา และบ้านเรือนของเหล่าซามุไรยุคนั้นในบริเวณสวนคิคโค
17 ตุลาคม 2559
ทริป Germany in Autumn ตอน 5 (Oberammergau, Linderhof, Neuschwanstein)
เช้านี้เรายังอยู่กันที่เมือง Oberammergau นะคะ หลังจากที่ใช้นอนหลับพักผ่อนมาเป็นคืนที่ 2 แล้ว ก็เพิ่งจะมีโอกาสได้ชมบ้านชมเมืองเค้าบ้างก็วันนี้ละ เนื่องจากเมื่อวานแดดดีมาก จึงรีบพากันไปขึ้นเขาและไฮกิ้งปีนป่ายให้จบก่อน แล้วพอมาวันนี้อากาศดีต่อเนื่อง แถมพยากรณ์อากาศยังบอกด้วยว่า จากนี้ไปไม่น่าเจอฝนแล้วละ เพี้ยงๆๆ ขอให้เป็นจริงตามนั้นเลยค่ะ
บ้านเรือนแถวนี้ นอกจากสไตล์การสร้างแบบ half timber ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะของ Bavarian village แล้ว ยังมีสเน่ห์ดึงดูดที่ไม่เหมือนใครอีกอย่าง นั่นคือลายเพ้นต์ภาพวาดหน้าบ้านสีสันสดใส ที่เรียกว่า Lüftlmalerei ซึ่งแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับศาสนา บางตอนเป็นฉากที่ปรากฏในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ดูออกจะเข้าใจยากนิดนึง สำหรับพเนจรกะโปโลอย่างเรา ทำเลที่ตั้งของเมืองนี้เหมาะมากสำหรับใช้เป็นฐานสำรวจ ปราสาท Linderhof, Ettal Monastery, และ Zugspitze (2 อันหลังไปมาแล้วเมื่อวาน) และยิ่งถ้ามีรถก็สามารถขับไปเยี่ยมชมปราสาทเทพนิยาย Neuschwanstein ได้ไม่ยากเลย (แต่สำหรับปราสาทนอยชวานสไตน์ ถ้าเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ แนะนำพักที่เมือง Füssen จะสะดวกกว่าค่ะ)
Labels:
ขับรถ,
ท่องเที่ยว,
เที่ยว,
บาวาเรีย,
ปราสาท,
ยุโรป,
เยอรมัน,
autumn,
Bavaria,
Europe,
Neuschwanstein,
travel
25 กันยายน 2559
ทริปโครเอเชีย - สโลวีเนีย ตอน 4 (Postojna Cave)
หมุดต่อไปในสโลวีเนียถัดจาก Lake Bled ก็คงหนีไม่พ้น The Karst ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่อง ถ้ำ ปราสาท และม้า ถ้าถามกูเกิ้ล ก็จะได้เส้นทางแนะนำให้ตีรถกลับไปเมืองหลวงชื่อยากๆ แล้ววิ่งต่อลงใต้ เพราะถนนดีเป็น high way จาก Ljibljana ขับไปถึง The Karst ใช้เวลาแค่ประมาณ 40 นาทีเท่านั้น
แต่จะให้ขับย้อนไปย้อนมานี่ก็ไม่ใช่แนวเราซะด้วยสิ เลยขอเลือกเส้นทางบุกป่าฝ่าเขาเป็นวงลูปจาก Lake Bled ทวนเข็มนาฬิกา ตะลอนเที่ยวธรรมชาติและชมนู่นนี่เรื่อยเปื่อย ไปตามเส้นทาง Vrsic pass และ Soča River Valley ซึ่งจะโฉบผ่าน Triglav National Park ด้วย ซึ่งก็ใช้เวลาเพลินๆ ไปอีก 1 วัน ก่อนจะมาถึงที่พักแบบโฮมสเตย์ที่ Hudičevec Tourist Farm ซึ่งอยู่ในละแวกใกล้ๆ กับ ถ้ำ ปราสาท และม้า แล้วล่ะ
แวะชม Olympic Sport Center ก่อนถึง Vrsic Pass
22 กันยายน 2559
ทริปโครเอเชีย - สโลวีเนีย ตอน 3 (Lake Bled)
เมื่อวานนี้ ไม่ว่าจะเมืองหลวงทั้ง 2 และตอนยามเย็นเมื่อมาถึง Lake Bled ฝนตกฟ้าครึ้มตลอดทั้งวันเลย เล่นเอานักท่องเที่ยวเซ็งไปตามๆ กัน และทำอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากกิน กิน แล้วก็กินๆๆ (แต่ก็เพลินเลยนะคะ อร่อยทุกมื้อ) ตื่นเช้าอีกวัน แค่ไม่มีฝนโปรยลงมาก็นับว่าโอเคแล้ววว แต่นี่สุดยอดกว่านั้นมาก เพราะแดดออกฟ้าใส ทำให้การตะลอนเที่ยว Lake Bledและเมืองรอบๆ ของเราในวันนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เย้ๆๆ
Bled เป็นเมืองตากอากาศเล็กๆ รอบ Lake Bled อยู่ห่างจากเมืองหลวง Ljibljana ที่เรียกยากๆ ไปทางตะวันตกเพียงไม่ถึง 60 km การเดินทางก็ง่ายสุดๆ ถนนหนทางใช้ได้เลย ขับรถแค่ประมาณ 4-50 นาทีก็ถึงแล้ว นอกจากทะเลสาบ ธรรมชาติ วิวภูเขาที่มีหิมะปกคลุม และบ้านเมืองน่ารักแล้ว ยังมีอีก 2 สิ่งที่พอมารวมตัวกันตรงนี้แล้วเวิร์กสุดๆ ทำให้ Lake Bled โดดเด่นไม่เหมือนใคร คือ ปราสาท Bled Castle บนยอดเขาฝั่งตรงข้ามเมือง และเกาะเล็กๆ Otok ที่มีโบสถ์น้อยน่ารักลอยตุ๊บป่องอยู่กลางทะเลสาบ เป็นทัศนียภาพที่เหมาะเจาะเจ๋งเป้งที่สุด รอบทะเลสาบมีเส้นทางให้เดินเล่น ชมนก ชมเป็ด หรือจะวิ่งออกกำลังกายก็แสนสะดวก แต่ถ้าจะให้ได้อรรถรสต้องนั่งเรือ plenta boat ไปเดินเล่นชิลๆ บนเกาะตรงกลางนั่นเลยค่ะ และไม่พอแค่นั้น ถ้าแรงยังดี ก็ออกกำลังกาย ท้าลมเย็น เดินขึ้นไปยัง Bled Castle มองวิวทะเลสาบจากมุมสูงแบบชัดๆ จะๆ เก็บรูปสวยให้หนำใจเอาให้คุ้มค่าเข้ากันเลย

เรือ Plenta ลอยเท้งเต้ง ก่อนเข้าสู่ชั่วโมงบริการ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






