มิสกะโปโล และ ทิปิจัง ขอนำเสนอ บล็อกประสบการณ์ท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ ที่จะแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้กับเพื่อนๆ ทุกท่านที่สนใจค่ะ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Germany แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Germany แสดงบทความทั้งหมด

20 ตุลาคม 2559

ทริป Germany in Autumn ตอน 9 (Munich)


เรามีเวลาเตร็ดเตร่อยู่ที่มิวนิคถึง 2 วันเกือบเต็ม ก่อนจะจับไฟลท์ 4 ทุ่มกลับเมืองไทยในคืนวันพรุ่งนี้ (หิวส้มตำไก่ย่างมากๆ แล้ว) เป็นเหมือนกันมั้ยคะ เวลาเที่ยวเมืองใหญ่แล้วจะค่อนข้างงง ไม่รู้จะไปไหนดี เพราะที่นู่นก็น่าไป ที่นั่นก็ดูดี โอ๊ยดีไปหมด จนเลือกไม่ถูกตัดใจไปช้อบปิ้งแทนซะเลย ประมาณนั้น แต่ที่เยอรมันนี่ยังไม่ค่อยเตะตาขาช้อบเท่าไหร่นะ งั้นเราเลือกไปสถานที่ the must ต่อด้วยปราสาทราชวังให้คุ้ม Bavarian Castle Pass อีกซักนิด (จริงๆ คุ้มตั้งแต่จบไป 3 ปราสาทแรกแล้ว) สำรวจชีวิตท้องถิ่นคนมิวนิคอีกหน่อย แล้วซื้อของฝาก เตรียมแพ็คเป๋า แนวๆ นี้น่าจะไหวอยู่ 

เริ่มต้นกันที่นี่เลย เราใช้ Bavarian Castle Pass ไปเพิ่มเติมสาระให้ชีวิตที่ The Residenz ซึ่งจะมีทั้งส่วนที่เป็นโรงละคร (Cuvilliés Theater) คลังสมบัติ (Treasury) และพิพิธภัณฑ์ (Museum) และที่นี่ดีมากๆ ตรงที่ยอมให้เราถ่ายรูปได้ แต่ก็ต้องเคารพกฏกติกาอื่นๆ (เช่น ห้ามใช้แฟลช ต้องฝากกระเป๋าใบใหญ่ก่อนเข้าชม เป็นต้น) ด้วยนะคะ

ทางเข้าด้านหน้า The Residenz

ทริป Germany in Autumn ตอน 8 (Rothenburg ob der Tauber)


เส้นทางสาย Romanic Road (Roman หมายถึงโรมัน) อันสุดจะโรแมนติคสมชื่อ เป็นศูนย์กลางอารยธรรมของย่านบาวาเรียมาตั้งแต่ยุคกลาง จากเมือง Würzburg ทางตอนเหนือ ไล่ยาวลงไปเรื่อยจนถึง Füssen ทางตอนใต้ (ใกล้ปราสาทนอยชวานสไตน์) จะพบเห็นอาคารบ้านเรือนแบบ half timber โบสถ์หลังคารูปโดมหัวหอม ปราสาทราชวังสไตล์บาร็อค และกำแพงเมืองเก่าแก่ อันเป็นเอกลักษณ์มากมายจุใจ

ยิ่งที่เยอรมันนี้มีสนามบินนานาชาติใหญ่ๆ ทั้งที่มิวนิคและแฟรงค์เฟิร์ต จึงเหมาะเลยที่เหล่าบรรดาทัวร์ จะเลือกใช้เส้นทางสายโรแมนติค ในการกระเต็งพาลูกทัวร์ตะลอนไป โดยการเชื่อมต่อระหว่างเมืองบนเส้นทางนี้ จะอาศัยรถบัสเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่เส้นทางรถไฟนั้น มีมาแวะแปะๆ เพียงไม่กี่เมืองเท่านั้น และ Rothenburg ob der Tauber ซึ่งเป็นเมืองที่น่าสนใจที่สุดบนเส้นทางนี้ ก็เป็นหนึ่งในเมืองที่เค้าลงทุนสร้างเส้นทางรถไฟ มาเกยถึงนอกเขตกำแพงเมืองเก่า จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางสุดฮอตฮิตของนักท่องเที่ยว

กำแพงเมืองเก่าที่ล้อมรอบเมือง Rothenburg ob der Tauber ไว้

19 ตุลาคม 2559

ทริป Germany in Autumn ตอน 7 (Freiburg, Clock Museum, Black Forest)


เก็บพอยต์ไฮไลท์บาวาเรียและเยอรมันตอนใต้เกือบหมดแล้ว ทั้งปราสาทและธรรมชาติสุดอลังการ ยังงัยทริปนี้ก่อนกลับไปปิดท้ายที่มิวนิค ตั้งใจไว้แล้วว่าต้องแวะเมืองน่ารัก Rothenburg ob der Tauber ทางตอนบนสุดของ Romanic Road ให้ได้ (Roman หมายถึงโรมัน แต่ก็โรแมนติคด้วยสมชื่อ) แม้ดูจะออกนอกเส้นทางไปซักนิด แต่แค่บวกเพิ่มอีก 2-300 km ก็พอไหวมั้ง ทีนี้ยังมีเวลาอีก 1 วัน ขอตามใจตัวเองหน่อยละกัน ซึ่ง Black Forest หรือป่าดำ ก็อยู่ไม่ไกลจากแถบ Lake Constance & Rhine Falls นี้เท่าไหร่ อุตส่าห์ได้ยินชื่อเสียงมาตั้งนานแล้ว ทริปนี้มีโอกาส ขอจัดนิดนึงนะ

ย่าน Black Forest นี้เป็นป่าเขาพรมแดนธรรมชาติ ไล่ตั้งแต่ตอนเหนือของสวิสฯ นู่น ลากยาวเป็นร้อยไมล์กั้นแบ่งฝรั่งเศส ซึ่งป่าแถวนี้หนาทึบมาก และส่วนใหญ่ก็เป็นป่าสนที่มีสีเขียวสดตลอดปี (ไม่เปลี่ยนเป็นสีส้มแดงเหมือนทาง German Alpine ทางตอนใต้ของประเทศ) จึงถูกขนานนามว่าป่าดำ (ซึ่งความหนาทึบก็ลดน้อยลงไป ตามสภาพโลกาภิวัฒน์สินะ) 

18 ตุลาคม 2559

ทริป Germany in Autumn ตอน 6 (Meersburg, Konstanz, Stein am Rhein, Rheinfall)


ทะเลสาบ Constance หรือที่ในภาษาเยอรมันเรียก Bodensee เป็นพรมแดนธรรมชาติแห่งหนึ่ง ที่กั้นระหว่างเยอรมันทางตอนใต้ กับสวิสตอนเหนือ รอบๆ ทะเลสาบมีเมืองเล็กน่ารักน่าเที่ยวหลายเมือง โดยเมื่อวานเราได้แวะดินเนอร์กันที่เมือง Lindau ทางฝั่งตะวันออกสุดของทะเลสาบ และชมแสงไฟยามค่ำคืนไปบ้างแล้ว เช้านี้เราตื่นมารับอากาศสดชื่นในเมือง Meersburg ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่แถบท่าเรือ เดินเล่นชมบ้านเรือน และปราสาทป้อมปราการเก่าแก่

เช้าๆ สดใสที่ท่าเรือเมือง Meersburg

12 ตุลาคม 2559

ทริป Germany in Autumn ตอน 2 (Königssee & Berchtesgaden)


เส้นทางจาก Chiemsee ไปยัง Berchtesgaden เมืองสวยน่ารักบนขุนเขา German Alpine ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ติดกับชายขอบประเทศออสเตรีย เนื่องด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อและแสนสะดวกสบายในกลุ่มประเทศเชงเก้น ไม่ว่าจะถาม google map หรือระบบ GPS นำทางที่ติดมากับพี่เบนซ์สุดหรูของเราคันนี้ ก็จะจัดให้วิ่งบนเส้นทางด่วน เรียกว่า autobahn โลดสุดๆ เท่าที่จะไปได้ และหักเข้า local road อีกทีเมื่อใกล้ถึง ทั้งนี้เส้นทางด่วนสาย A8 ในเยอรมัน จะเชื่อมต่อกับทางด่วน A10 ในออสเตรียแบบไร้รอยต่อ คือวิ่งไปได้เรื่อยๆ แบบไม่รู้ตัวเลยว่าข้ามเขตแดนประเทศกันตอนไหน

แต่ช้าก่อนค่ะ ถึงจะเชื่อมต่อกันแนบแน่นสนิทเพียงไร ก็เป็น autobahn  คนละประเทศกัน กฎเกณฑ์การใช้ทางด่วนในเยอรมันกับออสเตรีย มีแตกต่างกันอยู่บ้าง เช่น ทางด่วนที่เยอรมันเค้าให้ใช้กันฟรีๆ เพราะถนนดีมีให้ใช้ รถดีมีให้วิ่งฉิวๆ no speed limit ไม่จำกัดความเร็ว เพราะฉะนั้นใช้กันเข้าไปเยอะๆ เหยียบกันให้เต็มที่ (แต่ก็ขอให้ปลอดภัยไว้ก่อนนะ ขับเร็วไม่โดนปรับก็จริง แต่เร็วจนเกิดเหตุ ประกันเค้า say no ไม่จ่ายนะจ๊ะ) 

ทริป Germany in Autumn ตอน 1 (trip route & Herrenchimsee)


เยอรมันเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เที่ยวสนุก ปลอดภัย และขับรถเมามันม้ากกก (เสียงสูง) โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ทั้ง German Alpine จะเป็นฉากหลังสีส้มแดง ผลักให้บ้านเมือง และบรรดาสถาปัตยกรรมปราสาทสวยทั้งหลาย โดดเด่นและมีสเน่ห์ยิ่งๆ ขึ้นไปอีก 

เนื่องจากเรามีเวลาเพียง 9 วันเท่านั้น จึงเลือกออกแบบเส้นทางค่อนไปทางตอนใต้ของประเทศเป็นหลัก คือไปและกลับทางเครื่องบินที่นครมิวนิค (แถมเมื่อรับและคืนรถ ณ ที่เดียวกัน ก็ทำให้ประหยัดค่าเช่ารถได้เยอะค่ะ) และเที่ยววนตามเข็มนาฬิกา จากย่านบาวาเรียทางฝั่งตะวันออกและใต้ (แตะออสเตรียนิดๆ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ) ผ่านทัศนียภาพอันชวนเคลิ้มของธรรมชาติ ขุนเขา และปราสาทสิ่งก่อสร้างตระการตา มุ่งสู่ย่านทะเลสาบ Constance และน้ำตก Rheinfall ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป  (และแวะสัมผัสสวิสฯ ตอนเหนืออีกหน่อยๆ) ก่อนเข้าสู่อีกบรรยากาศสีเขียวตลอดปีในย่าน Black Forest ทางฝั่งตะวันตก แล้วขึ้นเหนือไปสำรวจเมืองน่ารัก Rothenburg บนถนนสายโรแมนติค โดยมีรถเบนซ์คู่ใจขับขี่อย่างมั่นใจตลอดทริป (เช่ารถที่เยอรมันมีให้เลือกอยู่ไม่กี่ยี่ห้อ หรูๆ ทั้งนั้น ราคาก็สมเหตุสมผลดีค่ะ ถูกกว่าเช่าฟอร์ดขับในฝรั่งเศสเสียอีก)  ก่อนจะกลับมาใช้บริการรถสาธารณะและ 2 เท้าปิดท้ายที่นครมิวนิค