มิสกะโปโล และ ทิปิจัง ขอนำเสนอ บล็อกประสบการณ์ท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ ที่จะแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้กับเพื่อนๆ ทุกท่านที่สนใจค่ะ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บาวาเรีย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บาวาเรีย แสดงบทความทั้งหมด

18 ตุลาคม 2559

ทริป Germany in Autumn ตอน 6 (Meersburg, Konstanz, Stein am Rhein, Rheinfall)


ทะเลสาบ Constance หรือที่ในภาษาเยอรมันเรียก Bodensee เป็นพรมแดนธรรมชาติแห่งหนึ่ง ที่กั้นระหว่างเยอรมันทางตอนใต้ กับสวิสตอนเหนือ รอบๆ ทะเลสาบมีเมืองเล็กน่ารักน่าเที่ยวหลายเมือง โดยเมื่อวานเราได้แวะดินเนอร์กันที่เมือง Lindau ทางฝั่งตะวันออกสุดของทะเลสาบ และชมแสงไฟยามค่ำคืนไปบ้างแล้ว เช้านี้เราตื่นมารับอากาศสดชื่นในเมือง Meersburg ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่แถบท่าเรือ เดินเล่นชมบ้านเรือน และปราสาทป้อมปราการเก่าแก่

เช้าๆ สดใสที่ท่าเรือเมือง Meersburg

17 ตุลาคม 2559

ทริป Germany in Autumn ตอน 5 (Oberammergau, Linderhof, Neuschwanstein)


เช้านี้เรายังอยู่กันที่เมือง Oberammergau นะคะ หลังจากที่ใช้นอนหลับพักผ่อนมาเป็นคืนที่ 2 แล้ว ก็เพิ่งจะมีโอกาสได้ชมบ้านชมเมืองเค้าบ้างก็วันนี้ละ เนื่องจากเมื่อวานแดดดีมาก จึงรีบพากันไปขึ้นเขาและไฮกิ้งปีนป่ายให้จบก่อน แล้วพอมาวันนี้อากาศดีต่อเนื่อง แถมพยากรณ์อากาศยังบอกด้วยว่า จากนี้ไปไม่น่าเจอฝนแล้วละ เพี้ยงๆๆ ขอให้เป็นจริงตามนั้นเลยค่ะ


บ้านเรือนแถวนี้ นอกจากสไตล์การสร้างแบบ half timber ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะของ Bavarian village แล้ว ยังมีสเน่ห์ดึงดูดที่ไม่เหมือนใครอีกอย่าง นั่นคือลายเพ้นต์ภาพวาดหน้าบ้านสีสันสดใส ที่เรียกว่า Lüftlmalerei ซึ่งแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับศาสนา บางตอนเป็นฉากที่ปรากฏในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ดูออกจะเข้าใจยากนิดนึง สำหรับพเนจรกะโปโลอย่างเรา ทำเลที่ตั้งของเมืองนี้เหมาะมากสำหรับใช้เป็นฐานสำรวจ ปราสาท Linderhof, Ettal Monastery, และ Zugspitze (2 อันหลังไปมาแล้วเมื่อวาน) และยิ่งถ้ามีรถก็สามารถขับไปเยี่ยมชมปราสาทเทพนิยาย Neuschwanstein ได้ไม่ยากเลย (แต่สำหรับปราสาทนอยชวานสไตน์ ถ้าเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ แนะนำพักที่เมือง Füssen จะสะดวกกว่าค่ะ) 

14 ตุลาคม 2559

ทริป Germany in Autumn ตอน 4 (Zugspitze, Partnach Gorge, Kloster Ettal)


พยากรณ์อากาศถูกต้องเป๊ะๆ วันนี้อากาศดีแต่เช้า พวกเราบึ่งรถซิ่งออกจากที่พักในเมือง Oberammergau ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก็มาถึงทะเลสาบ Eibsee ในเขตเมือง Garmisch Partenkirchen แต่วันนี้ไม่ได้มาล่องเรือเที่ยวนะคะ ตรงนี้เองเป็นสถานีฐานของรถกระเช้า (cable car) และรถไฟไต่เขา (cogwheel train) ขึ้น Zugspitze ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมัน ทั้งยังเป็นเส้นแบ่งเขตแดนตามธรรมชาติ ระหว่างเยอรมันและออสเตรียด้วย (เค้าขีดเส้นแบ่งกันบนยอดเขาเลยค่ะ)


และไม่ว่าจะรถกระเช้าหรือรถไฟไต่เขาก็ราคาเดียวกัน แต่รถกระเช้าจะเร็วกว่าหน่อย ซึ่งเราสามารถเลือกใช้บริการผสมกันได้แล้วแต่สะดวกเลย โชคร้ายที่วันนี้รถกระเช้าปิดให้บริการ เราจึงออกอาการหงอยไม่เป็นเรื่อง เนื่องจากเหลือตัวเลือกเดียว ก็ไม่เป็นไรค่ะ รถไฟไต่เขาก็ได้เห็นวิวสวยๆ เหมือนกัน และอันที่จริงทางฝั่งออสเตรียก็มีกระเช้าขึ้นนะ แถมคนยังไม่เยอะเท่าและค่าบริการถูกกว่าฝั่งเยอรมันเสียอีก นักท่องเที่ยวบางคนก็เลือกจะขึ้นจากฝั่งหนึ่งและลงอีกฝั่งหนึ่ง คือเรียกว่าขึ้นเขาข้ามประเทศเลยทีเดียว แต่คงไม่เหมาะกับนักพเนจร ที่มาพร้อมกระเป๋าล้อลากใบใหญ่ยักษ์แบบพวกเราแน่ๆ

13 ตุลาคม 2559

ทริป Germany in Autumn ตอน 3 (Salt Mine, Ramsau, Swarovski Crystal World)


เช้านี้ฝนตกพรำๆ ดังคาด แต่เราก็พร้อมที่จะลุยเที่ยวตามโปรแกรมในร่ม ที่สับขาหลอกกับโปรแกรม open air เมื่อวานนี้ไปแล้ว ฝ่าสายฝนไปสำรวจเหมืองเกลือ (salt mine) โบราณ หรือ Salzbergwerk Berchtesgaden กันเลยค่ะ มาถึงแถวนี้แล้วไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง สนุกมายมาย ขอบอก

12 ตุลาคม 2559

ทริป Germany in Autumn ตอน 2 (Königssee & Berchtesgaden)


เส้นทางจาก Chiemsee ไปยัง Berchtesgaden เมืองสวยน่ารักบนขุนเขา German Alpine ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ติดกับชายขอบประเทศออสเตรีย เนื่องด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อและแสนสะดวกสบายในกลุ่มประเทศเชงเก้น ไม่ว่าจะถาม google map หรือระบบ GPS นำทางที่ติดมากับพี่เบนซ์สุดหรูของเราคันนี้ ก็จะจัดให้วิ่งบนเส้นทางด่วน เรียกว่า autobahn โลดสุดๆ เท่าที่จะไปได้ และหักเข้า local road อีกทีเมื่อใกล้ถึง ทั้งนี้เส้นทางด่วนสาย A8 ในเยอรมัน จะเชื่อมต่อกับทางด่วน A10 ในออสเตรียแบบไร้รอยต่อ คือวิ่งไปได้เรื่อยๆ แบบไม่รู้ตัวเลยว่าข้ามเขตแดนประเทศกันตอนไหน

แต่ช้าก่อนค่ะ ถึงจะเชื่อมต่อกันแนบแน่นสนิทเพียงไร ก็เป็น autobahn  คนละประเทศกัน กฎเกณฑ์การใช้ทางด่วนในเยอรมันกับออสเตรีย มีแตกต่างกันอยู่บ้าง เช่น ทางด่วนที่เยอรมันเค้าให้ใช้กันฟรีๆ เพราะถนนดีมีให้ใช้ รถดีมีให้วิ่งฉิวๆ no speed limit ไม่จำกัดความเร็ว เพราะฉะนั้นใช้กันเข้าไปเยอะๆ เหยียบกันให้เต็มที่ (แต่ก็ขอให้ปลอดภัยไว้ก่อนนะ ขับเร็วไม่โดนปรับก็จริง แต่เร็วจนเกิดเหตุ ประกันเค้า say no ไม่จ่ายนะจ๊ะ) 

ทริป Germany in Autumn ตอน 1 (trip route & Herrenchimsee)


เยอรมันเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เที่ยวสนุก ปลอดภัย และขับรถเมามันม้ากกก (เสียงสูง) โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ทั้ง German Alpine จะเป็นฉากหลังสีส้มแดง ผลักให้บ้านเมือง และบรรดาสถาปัตยกรรมปราสาทสวยทั้งหลาย โดดเด่นและมีสเน่ห์ยิ่งๆ ขึ้นไปอีก 

เนื่องจากเรามีเวลาเพียง 9 วันเท่านั้น จึงเลือกออกแบบเส้นทางค่อนไปทางตอนใต้ของประเทศเป็นหลัก คือไปและกลับทางเครื่องบินที่นครมิวนิค (แถมเมื่อรับและคืนรถ ณ ที่เดียวกัน ก็ทำให้ประหยัดค่าเช่ารถได้เยอะค่ะ) และเที่ยววนตามเข็มนาฬิกา จากย่านบาวาเรียทางฝั่งตะวันออกและใต้ (แตะออสเตรียนิดๆ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ) ผ่านทัศนียภาพอันชวนเคลิ้มของธรรมชาติ ขุนเขา และปราสาทสิ่งก่อสร้างตระการตา มุ่งสู่ย่านทะเลสาบ Constance และน้ำตก Rheinfall ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป  (และแวะสัมผัสสวิสฯ ตอนเหนืออีกหน่อยๆ) ก่อนเข้าสู่อีกบรรยากาศสีเขียวตลอดปีในย่าน Black Forest ทางฝั่งตะวันตก แล้วขึ้นเหนือไปสำรวจเมืองน่ารัก Rothenburg บนถนนสายโรแมนติค โดยมีรถเบนซ์คู่ใจขับขี่อย่างมั่นใจตลอดทริป (เช่ารถที่เยอรมันมีให้เลือกอยู่ไม่กี่ยี่ห้อ หรูๆ ทั้งนั้น ราคาก็สมเหตุสมผลดีค่ะ ถูกกว่าเช่าฟอร์ดขับในฝรั่งเศสเสียอีก)  ก่อนจะกลับมาใช้บริการรถสาธารณะและ 2 เท้าปิดท้ายที่นครมิวนิค