เป็นวันสุดท้ายแล้วที่จะได้เที่ยวกันเต็มๆ ในไอซ์แลนด์ ซึ่งตามแผนเราจองวันนี้ไว้สำหรับเส้นทางยอดนิยม Golden Circle ที่ไม่ไกลจากเมืองหลวง Reykjavik เท่าไรนัก โดยที่จัดไว้วันสุดท้ายก็เพราะเผื่อไว้ว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์ฟ้าฝนลมพายุไม่เป็นใจระหว่างเส้นทางวนรถรอบเกาะเข้าจริงๆ จนทำให้การเดินทางไม่เป็นไปตามเป้า อย่างน้อยก็จะมีวันนี้อีกวันให้กลับมาตั้งตัวได้ทัน และไม่ตกไฟลท์กลับบ้านนั่นเอง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอซ์แลนด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอซ์แลนด์ แสดงบทความทั้งหมด
9 กันยายน 2561
ทริปไอซ์แลนด์ ตอน 8 – Golden Circle
เป็นวันสุดท้ายแล้วที่จะได้เที่ยวกันเต็มๆ ในไอซ์แลนด์ ซึ่งตามแผนเราจองวันนี้ไว้สำหรับเส้นทางยอดนิยม Golden Circle ที่ไม่ไกลจากเมืองหลวง Reykjavik เท่าไรนัก โดยที่จัดไว้วันสุดท้ายก็เพราะเผื่อไว้ว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์ฟ้าฝนลมพายุไม่เป็นใจระหว่างเส้นทางวนรถรอบเกาะเข้าจริงๆ จนทำให้การเดินทางไม่เป็นไปตามเป้า อย่างน้อยก็จะมีวันนี้อีกวันให้กลับมาตั้งตัวได้ทัน และไม่ตกไฟลท์กลับบ้านนั่นเอง
25 สิงหาคม 2561
ทริปไอซ์แลนด์ ตอน 7 – Into the Glacier Langjokull
จากเมือง Grundarfjordur เราขับกันมาอีก 165 ก.ม. หรือประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึง Husefell ซึ่งเป็นสถานที่นัดพบของทัวร์ Into the Glacier Langjokull ก่อนเวลานัดหมายคือ 12:30 น. ซึ่งทัวร์นี้ต้องจองล่วงหน้านะคะ จะมา walk in หน้าใสซื่อไม่ได้เลย พวกเราตัดสินใจจองทัวร์นี้กันหลังจากค่อนข้างชัวร์แล้วว่าจะไปแช่สปาที่ Myvatn Nature Bath แทน Blue Lagoon (เพราะถูกกว่า และ touristy น้อยกว่า อ่านรีวิวมีแต่คนชม) วันนี้ก็เลยมีเวลาแน่ๆ ให้สามารถเลือกซื้อทัวร์อะไรซักอย่างหนึ่งได้ ซึ่งพวกเราก็มาลงเอยกับถ้ำน้ำแข็งแบบ man-made ที่กลาเซียร์ Langjokull แห่งนี้ ที่อยู่ระหว่างทางจาก Grundarfjordur กลับไป Reykjavik นั่นเอง
Super Truck คันนี้ที่จะพาเราตะลุยกลาเซียร์
ทริปไอซ์แลนด์ ตอน 6 – Hvítserkur, Kirkjufellsfoss
เช้านี้ จากที่พักในเมือง Blönduós เรามี 2 ตัวเลือก คือจะยิงยาว 225 ก.ม. ไปยังน้ำตก Kirkjufellsfoss ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาทรงหมวก แลนด์มาร์กสำคัญแห่งหนึ่งของเกาะ (ปักหมุดไว้ว่าเป็น must see เลยนะ) แล้วก็พักแถวนั้นในตัวเมือง Grundarfjordur ใกล้ๆ กันเลย หรือจะอยากขับรถเพิ่มอีกซัก 50 ก.ม. เพื่อแวะ Hvítserkur ชมหินรูปร่างเหมือนไดโนเสาร์ที่ตั้งอยู่กลางทะเล ที่ชายฝั่งทางตอนเหนือซักหน่อยรึเปล่า … แต่เนื่องจากโปรแกรมวันนี้ก็ไม่ได้แน่นอะไร เลยเลือกขับเพิ่มไปดูหินไดโนเสาร์กันค่ะ ถือเป็นการพักเบรคระหว่างขับทางไกลไปในตัว
22 สิงหาคม 2561
ทริปไอซ์แลนด์ ตอน 5 – Snow dog, Goðafoss, Akureyri
และแล้ววันนี้ที่รอคอยก็มาถึง เป็นวันที่เราจะได้พบกับน้องหมาแห่งบ้าน Snow Dog กับกิจกรรมลากเลื่อน dog sledding ซึ่งอันที่จริงที่ไอซ์แลนด์ก็มีหลายฟาร์มอยู่นะ แต่ในเดือน เม.ย. ทางด้านใต้หิมะจะเริ่มละลายแล้ว (แบบที่ทำให้เราอดไฮกิ้งที่บางน้ำตกงัย) น้องหมาจะต้องลากพวกเราไปบนพื้นธรรมดาน่ะสิ แต่ถ้าอยากให้น้องหมาพาวิ่งบนพื้นหิมะหรือพื้นน้ำแข็ง ก็ต้องขึ้นมาเหนือๆ หน่อย แบบที่ Myvatn เนี่ยแหละ เหมาะเหม็งเลย (คอนเฟิร์มได้จากสภาพตั้งแต่เมื่อบล็อกที่แล้ว)
19 สิงหาคม 2561
ทริปไอซ์แลนด์ ตอน 4 – Myvatn
แสงเหนือหรือออโรร่า จะมีโอกาสเห็นได้ด้วยตาเปล่าเมื่อ 1. Solar activity มีค่าสูงพอ (เป็นปฏิกริยาจากฟ้า สามารถเช็คได้จากลิงค์นี้เลย แต่ไม่เล่าเยอะเพราะจะกลายเป็นสารคดีวิทยาศาสตร์ไป 55) 2. ฟ้าเปิด และ 3. มืดพอ ซึ่งข้อ 1. กับ 2. ขึ้นกับว่าฟ้าเป็นใจแค่ไหน แต่โอกาสของข้อ 1 จะมีมากขึ้นถ้ายิ่งเข้าใกล้ขั้วโลก (และไอซ์แลนด์ก็เป็นประเทศที่หนาวน้อยที่สุดแล้วที่จะได้เฝ้าดูแสงเหนือ) ส่วนข้อ 3. จะดีมากถ้าเป็นฤดูหนาว ที่เวลาช่วงกลางวันสั้นกว่ากลางคืน (คือมืดเร็ว) แต่ก็อาจยังต้องช่วยตัวเอง โดยหาที่ๆ อยู่ห่างจากแสงไฟในเมือง และบางคนก็ชอบเพิ่มงาน โดยตระเวนหาแบบที่แบ็คกราวน์ด้านหลังเป็นภูเขาหรือแลนด์มาร์คสวยๆ
แช่น้ำแร่ไป ดูพระอาทิตย์ตกดินไป @Myvatn Nature Bath เพลินมาก
Labels:
ขับรถ,
ท่องเที่ยว,
ทะเลสาบ,
เที่ยว,
น้ำแร่,
ยุโรป,
สปา,
ไอซ์แลนด์,
geothermal,
iceland,
Myvatn,
travel
16 สิงหาคม 2561
ทริปไอซ์แลนด์ ตอน 3 – Svartifoss, Jökulsárlón, Vesturhorn
ยังอยู่ที่ชายฝั่งด้านใต้ค่ะ แพลนวันนี้แวะไม่กี่จุดเอง เป็น must see กับ nice to see แค่อย่างละ 2 รวมเป็น 4 เท่านั้น แต่ระยะทางจากที่พักแถบ Kálfafell แวะไปเรื่อยจนถึงที่พักอีกแห่งในค่ำคืนนี้ที่ Breiðdalsvík ก็ล่อไป 350 กิโลหน่อยๆ แล้ว … แถมยังเป็นอีกวันที่อากาศดี๊ ดี ก็เลยเก็บหมดเที่ยวครบ และรูปสวยสมใจอีกครั้ง
@Diamond Beach
14 สิงหาคม 2561
ทริปไอซ์แลนด์ ตอน 2 – น้ำตก Seljalandsfoss, Skógafoss, ผาหินบะซอลต์
สำหรับแพลนเที่ยวในวันนี้ เราจะขับรถเลียบชายฝั่งด้านใต้จากที่พักในเมือง Selfoss ไปทางตะวันออกเรื่อยๆ แวะเที่ยวจุด must see 2 แห่ง และ nice to see อีก 4 รวมเป็น 6 ก่อนจะถึงที่พักที่แถบ Kálfafell รวมระยะทางชิลๆ 275 ก.ม. เอ๊ง … ซึ่งก็ปรากฏว่าอากาศดีเกินคาด เลยเก็บได้ครบหมดเกลี้ยงทุกจุด เวลาเหลือๆ อีกต่างหาก :)
ตื่นเช้ามา รถเราก็เป็นแบบนี้ซะละ 55
13 สิงหาคม 2561
ทริปไอซ์แลนด์ ตอน 1 – Route plan & Reykjavík town center
ไม่ใช่ประเทศที่ไปได้ง่ายๆ นะคะ จากเมืองไทยไม่มีไฟลท์บินตรง แค่แพลนว่าขาไปและขากลับควรบินกับใคร และเปลี่ยนเครื่องที่ไหน ก็เหนื่อยแล้ว 55 สำหรับมนุษย์เงินเดือนตัวเล็กๆ อย่างเรา เวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด วันลามีน้อยต้องใช้ให้คุ้ม (แต่งบก็สำคัญด้วยนะ) เวลาที่มีทั้งหมดอยากจะเที่ยวไอซ์แลนด์ให้ครบหมดเกลี้ยงไปเลย แต่ … ถ้าเวลาต่อเครื่องมันไม่ได้ ก็ต้องแวะค้างบ้างอะไรบ้าง ซึ่งก็พยายามจำกัดให้มันน้อยที่สุด สุดท้ายจึงมาลงเอยกับสายการบิน TG อีกครั้ง ซึ่งดูจากเวลาแล้ว ขาไปถ้าต่อเครื่องที่ออสโล นอร์เวย์ จะมีเวลาเปลี่ยนเครื่องประมาณ 3 ชั่วโมง ไปถึงเรคยาวิก ไอซ์แลนด์ บ่ายต้นๆ ยังมีเวลาให้เที่ยวเรคยาวิกและตุนเสบียงได้อีกพอสมควร ส่วนขากลับเวลาไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่ ต้องค้างคืนที่ไหนซักแห่งคืนนึง ก็เลยเลือกเปลี่ยนเครื่องที่โคเปนเฮเกน เดนมาร์ค เพราะส่วนตัวมองว่าใน 1 วันก็มีอะไรๆ ให้เที่ยวได้เพลินอยู่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







